Case Study : การแก้ไขปัญหาสายตาสั้นระดับสูง High Myopia กับสาเหตุที่ซ่อนอยู่ตั้งแต่แรกเกิด

 

 

ห่างหายจากการเขียนไปพักใหญ่ วันนี้มีเคสน่าสนใจ ที่อยากเอามาแชร์ให้ทุกท่านได้อ่าน

เรื่องเริ่มจากคนไข้ท่านหนึ่งเดินเข้ามาตัดแว่นที่ร้าน ระหว่างซักประวัติก็เจอเรื่องที่น่าสนใจซ่อนอยู่  

เขามีประวัติคลอดก่อนกำหนด แล้วดันมาเชื่อมโยงกับภาวะต้อหินและสายตาสั้นระดับสูงที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้พอดี ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่า " อยากเอาเรื่องนี้ มาเขียนบทความให้ทุกๆคนได้อ่าน " เพราะเชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยรู้มาก่อนว่าการคลอดก่อนกำหนดจะส่งผลไปถึงดวงตาได้อย่างไร  

 

วันนี้ ขิงในฐานะทัศนมาตร เลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจไปด้วยกันแบบง่ายๆ ไม่ต้องมีพื้นฐานก็อ่านตามได้ ว่าคลอดก่อนกำหนด ต้อหิน ปัญหาสายตา และการจ่ายแว่น มันเชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง ในมุมมองของทัศนมาตรคนหนึ่ง

 

 

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่าตอนเรายังอยู่ในท้อง ดวงตายังสร้างไม่เสร็จ

ปกติดวงตาของทารกจะ "สร้างเสร็จสมบูรณ์" ก็ตอนใกล้ครบกำหนดคลอด (ประมาณ 9 เดือน) ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดเล็กๆ ในตา มุมระบายน้ำในลูกตา (Anterior Chamber Angle / Trabecular Meshwork) หรือจุดกลางจอตาที่ทำหน้าที่มองเห็นภาพคมชัด (Fovea)

ลองนึกภาพว่าถ้าเด็กคลอดก่อนกำหนด เท่ากับอวัยวะต่างๆ รวมถึงดวงตา "ถูกดึงออกมาจากโรงงาน ก่อนงานจะเสร็จ" ส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จก็ต้องมาสร้างต่อข้างนอกท้องแม่ ซึ่งบางครั้งก็สร้างต่อได้ไม่สมบูรณ์เท่าตอนอยู่ในท้องแม่   และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดที่จะตามมา และเป็นจุดที่ทัศนมาตรอย่างขิงต้องคอยระวังเวลาเจอคนไข้ที่มีประวัติแบบนี้

 

 

ทำไมคลอดก่อนกำหนดถึงเสี่ยง "ต้อหิน"

ลองนึกภาพลูกตาเป็นลูกโป่งที่มีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ข้างใน น้ำนี้ต้องมีทางเข้าทางออกที่สมดุลกัน ทางออกอยู่ที่ "มุมตา" ซึ่งทำหน้าที่เหมือนท่อระบายน้ำ

ในเด็กคลอดก่อนกำหนด ท่อระบายน้ำนี้อาจยังสร้างไม่เสร็จดี เพราะโดนดึงออกมาก่อนเวลา ระบายน้ำได้ไม่ดีเท่าที่ควร พอน้ำระบายไม่ทัน ความดันในลูกตาก็ค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนลูกโป่งที่เป่าลมเข้าไปโดยไม่มีทางปล่อยออก ความดันตาที่สูงขึ้นจะไปกดทับและทำลายเส้นประสาทตา ซึ่งเป็นเหมือน "สายไฟ" ที่ส่งภาพจากตาไปสมอง และนี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า "ต้อหิน"

 

 

กลับมาที่เคสของเรา: คนไข้ชาย อายุ 25 ปี

พอซักประวัติแล้วพบว่าคนไข้มีภาวะคลอดก่อนกำหนด และเป็นโรคต้อหินตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ควบคุมความดันตาได้ปกติแล้ว ที่มาในวันนี้เพราะแว่นอันเดิม Coating บนผิวเลนส์ลอก ใช้มาได้ 2 ปี 8 เดือน

 

เริ่มใส่แว่นครั้งแรกตอนอายุ 10-11 ปี และใส่ตลอดเวลา ใช้คอมพิวเตอร์วันละ 2-3 ชม. ต่อเนื่อง ใช้มือถือแทบตลอดวัน เฉลี่ยเกิน 6 ชม.

สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัวอื่น

 

ค่าสายตาแว่นตัวเก่า:

OD: -15.50-2.00*178                        VA 20/150

OS: -14.50-3.00*177                        VA 20/80-2

 

#ขั้นตอนการตรวจหาค่าสายตา
Retinoscope ( หาค่าสายตาโดยดู reflex ที่สะท้อนออกมาจากดวงตาคนไข้ )
OD : -16.00-3.00*180            

OS : -14.25 -2.00*145    

                         
Monocular Subjective ( หาค่าสายตาโดยการถามตอบจากคนไข้ทีละตา )
OD : -18.50-2.25*25                           VA  20/70
OS : -13.20-300*150                          VA  20/50

Best Visual Acuity ( หาค่าสายตาสุดท้าย และ Balance Accommodation ของทั้งสองตาโดยการถามตอบจากคนไข้ )
OD : -18.50-2.25*25                           VA 20/70  with  Pinhole
OS : -16.00-3.00*150                         VA 20/50  witth Pinhole

 

Confirm hand-held Refraction บน Trial frame ( รีเช็คค่าสายตาจากการดู Reflec ของแสงที่สะท้อนจากตาของคนไข้ และ รีเช็คค่าสายตาเอียงเมื่อเลนส์อยู่ในตำแหน่งที่คล้ายกับตำแหน่งใช้งานอยู่บนหน้าแว่นจริง )
OD : -18.00-2.00*25           
OS : -16.00-3.00*150         

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ

ทำไมเมื่อแก้ไขค่าสายตาถูกต้องแล้ว ยังมองเห็นไม่เต็ม 100% ?

ปกติค่ามาตรฐานการมองเห็นของคนปกติคือ VA 20/20 แต่ในเคสนี้ ถึงแม้จะแก้ไขแล้ว คนไขก็สามารถมองเห็นได้ที่ VA 20/70ในตาขวา และ 20/50ในตาข้างซ้าย ซึ่งสาเหตุสามารถเกิดได้จากหลายอย่างมารวมกัน ทั้งประวัติต้อหิน ความผิดปกติของโครงสร้างตาตั้งแต่แรกเกิด และการไม่ได้แก้ไขค่าสายตาตั้งแต่วัยเด็ก พอทุกอย่างมาบวกกัน แม้วัดค่าสายตาและใส่แว่นตรงที่สุดแล้ว ก็ยังมองเห็นได้ไม่เท่าคนสายตาปกติ

 

#วิเคราะห์ปัญหา

คนไข้มีปัญหาสายตาสั้นและเอียงแบบ Compound Myopic Astigmatism  ในตาทั้งสองข้าง

ตาขวา : สายตาสั้น -18.00 สายตาเอียง -2.00 ที่องศา 25

ตาซ้าย : สายตาสั้น -16.00 สายตาเอียง -3.00 ที่องศา 150

สรุปคือเป็น High Myopia ร่วมกับ Compound Myopic Astigmatism ทั้งสองตา บวกกับประวัติต้อหินตั้งแต่เด็ก ซึ่งจำกัด Best Corrected Visual Acuity ไว้แบบที่แก้ไขยังไงก็ไม่ถึง 20/20

 

ค่าที่ได้จาก Subjective Refraction ให้การมองเห็นดีที่สุดก็จริง แต่พอมาชั่งน้ำหนักกับข้อจำกัดของการผลิตเลนส์กำลังสูง จึงจำเป็นต้องตัดสินใจปรับลดกำลังเลนส์ลงบางส่วน เพื่อให้ยังคงระดับการมองเห็นที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  * อย่าเข้าใจผิดว่า การปรับลดค่าสายตาเกิดจากข้อจำกัดของการผลิตเลนส์ล้วนๆ

ส่วนเรื่องความหนาและน้ำหนักเป็นเหตุผลของการเลือก "ดัชนีหักเห" ของเลนส์ ซึ่งในเคสนี้ เลือกเป็นดัชนีหักเหสูง 1.74 เพื่อลดความหนาและน้ำหนักเลนส์ พร้อมให้คุณภาพการมองเห็นที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้ข้อจำกัดของพยาธิสภาพเดิม

 

 

#ค่าสายตาที่จ่ายแว่น
OD : -17.00-1.00*25
OS : -16.00-2.00*150

เลนส์: Single Vision Cosmolit Rodenstock index 1.74 (กรอบแว่นคนไข้นำมาเอง)

 

  

   

 

สุดท้ายนี้ หวังว่า Case Study นี้ คงจะเป็นประโยคแก่ผู้อ่านและผู้สนใจ ทั้งเพื่อนร่วมวิชาชีพหรือประชาชนนอกวิชาชีพก็ตาม  ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบมาถึงตรงนี้และขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนขิงให้ทำสิ่งดีๆเหล่านี้ตลอดมา

หากมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ขิงจะนำมาเขียนแบ่งปันให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อไป

.

Content by : Worada Saraburin , O.D.

Ref :

Human anterior chamber angle development without cell death or macrophage involvement. PMC.

Myopia associated with retinopathy of prematurity. PubMed.

Prematurity—Risk Factor or Coincidence in Congenital Glaucoma . PubMed.

 

.

 

ท่านใดสนใจนัดหมายเข้ารับบริการหรือปรึกษาปัญหา ติดต่อได้ที่เบอร์ 065-949-9550 

เปิดให้บริการ 09.30-18.00 น. หยุดทุกวันพุธ ใช้เวลาตรวจประมาณ 1-2 ชั่วโมง

หากสนใจทำแว่นกับทางร้าน ใช้เวลาสั่งเลนส์และฝนประกอบแว่นประมาณ 2 สัปดาห์

ร้านตั้งอยู่ก่อนถึงปั๊ม PTT บ้านใหม่-บางขวัญ จอดรถหน้าร้านได้เลยค่ะ

https://maps.app.goo.gl/gmyY7sMyVRx6xvvw9?g_st=ipc